ลักษณะ

เหล็กแผ่นหนาที่เหลือจากการตัดชิ้นงาน ไม่มีคราบน้ำมัน ไม่มีสนิมหรือมีน้อยมาก เนื้อเหล็กสีเทาหรือดำ ไม่เคลือบสี ตรวจสอบค่าเคมีและคัดแยกตามสเปคที่ลูกค้ากำหนด

ขนาด

ความหนา 3 มม. หรือมากกว่า
ความยาว 30 ซม.หรือตามความต้องการของลูกค้า

ตัวอย่าง

เหล็กแผ่นหนาที่เหลือจากการตัดชิ้นงาน

ลักษณะ

เหล็กที่ผลิตเสีย สภาพใหม่ ไม่เป็นสนิมไม่เคลือบสี, สังกะสี, ดีบุก, โครเมี่ยม ฯลฯ นำมาตัดเป็นท่อน ตัดความสั้นยาวตามความต้องการของผู้ซื้อ ตรวจสอบค่าเคมีและคัดแยกตามสเปคที่ลูกค้ากำหนด

ขนาด

ความหนา 1.5 มม. หรือมากกว่า
ความยาวไม่เกิน 30 ซม.

ตัวอย่าง

ชิ้นส่วนหรืออะไหล่รถยนต์ตกเกรด เครื่องใช้ไฟฟ้า โครงอุปกรณ์สำนักงานและคอมพิวเตอร์ ตู้หม้อแปลงไฟฟ้า ปั๊มซิลิกอน ปั๊มเม็ด(เส้นผ่านศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 2.5 ซม.) แป๊บบางใหม่ และเศษปั๊มชิ้นงานต่างๆ

ข้อควรรู้ก่อนประเมินราคาเหล็กตัดสั้น

กลุ่ม HMS หรือเหล็กหนาคละต่างจากเหล็กบาง เพราะน้ำหนัก ความหนา ขนาดชิ้นงาน และงานตัดก่อนขนส่งมีผลต่อราคามาก

วัสดุที่พบบ่อย

เพลท เหล็กโครงสร้าง ท่อหนา เหล็กตัดไฟ เหล็กตัดสั้น หรือชิ้นเหล็กหนาที่เตรียมเข้าหลอมได้

จุดที่ต้องดู

ความหนา สัดส่วนชิ้นหนา-ชิ้นบาง สนิม สี สังกะสี ปูน ยาง พลาสติก และชิ้นใหญ่เกินขนาด

ข้อมูลที่ควรส่ง

รูปกองวัสดุมุมกว้าง รูปใกล้ให้เห็นผิวและความหนา น้ำหนักโดยประมาณ และตำแหน่งโหลดสินค้า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเหล็กตัดสั้น

เหล็กตัดสั้น ต่างจากเหล็กบางอย่างไร

เหล็กตัดสั้น จะดูเป็นเศษเหล็กกลุ่มหนาหรือ HMS มากกว่าเหล็กบาง จุดสำคัญคือความหนา น้ำหนักต่อชิ้น ขนาดที่ต้องตัด และมีชิ้นบางหรือผิวเคลือบปนมากแค่ไหน

ตัวเลข 20, 60, 80 หรือ 80/20 ในเหล็กหนาคละควรดูอะไร

ตัวเลขเหล่านี้ช่วยสื่อสัดส่วนหรือเกรดการคัดในทางซื้อขาย แต่ราคาจริงต้องดูรูปหน้างาน ความสะอาด สัดส่วนเหล็กหนา-บาง ผิวเคลือบ และเงื่อนไขขนส่งประกอบ

ราคาของเหล็กตัดสั้น ขึ้นอยู่กับอะไร

ขึ้นอยู่กับความหนา สัดส่วนเหล็กหนา งานตัดชิ้นใหญ่ สนิม สี สังกะสี สิ่งปนเปื้อน ปริมาณ ทางเข้าโหลด และราคาตลาดช่วงนั้น

ควรเตรียมเหล็กตัดสั้น ก่อนขายอย่างไร

แยกปูน ยาง พลาสติก ไม้ และโลหะสีออกจากกองเหล็ก หากมีชิ้นใหญ่หรือต้องตัดไฟ ควรถ่ายรูปให้เห็นชัดก่อนให้ประเมินราคา